โครงการพัฒนาเจ้าพระยาเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งดำเนินงานศึกษาวิจัยทางวิชาการ สำรวจ ออกแบบและจัดทำแผนแม่บทระยะ 57 กม. และระยะนำร่อง 14 กม. เพื่อพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 ณ ห้องอมรินทร์ โรงแรมเอส. ดี. อเวนิว ปิ่นเกล้า จากภาคประชาชน หน่วยงาน องค์กร และภาคส่วนต่างๆ ในการฟื้นฟูแม่น้ำ พัฒนาภูมิทัศน์วัฒนธรรมริมฝั่งน้ำ และพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมกันนั้น มีความสมบูรณ์และครอบคลุมประเด็นสำคัญทุกมิติ โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยแนวทางสืบสานอนุรักษ์อย่างบูรณาการ พัฒนาจากพื้นฐาน “มรดกวัฒนธรรม” เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน พร้อมรายงานความก้าวหน้าและลงพื้นที่ศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม IEE และ EIA

 

รศ.ดร.สกุล ห่อวโนทยาน (Assoc.Prof.Sakul Hovanotayan) ผู้จัดการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  กล่าวว่า การจัดเวทีสาธารณะในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำโครงการ ชี้แจงเหตุผลความจำเป็น นำเสนอสาระสำคัญ พื้นที่ศึกษาโครงการ แผนการดำเนินงาน แนวทางศึกษาของโครงการ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับให้ทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมประชุมได้รับทราบถึงข้อมูลและจุดยืนโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมกันอีกครั้ง พร้อมเปิดรับฟังความเห็นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยา พัฒนาภูมิทัศน์ และโครงข่ายทางเดิน-ปั่น บางช่วงเลียบแม่น้ำ บางช่วงวกเข้าแผ่นดิน โดยเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียว นันทนาการ วัฒนธรรม ระบบขนส่งสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้มีความสมบูรณ์ครอบคุลมทุกมิติ ซึ่งจะสรุปและนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป

 ความคืบหน้าของโครงการได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเป็นหลัก ส่วนงานจัดทำแผนแม่บทและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น 57 กม. ที่ปรึกษาได้จัดทำแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม และการรวบรวมข้อมูลการศึกษาและกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จ ส่วนงานที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ คือ สำรวจแนวเส้นทางและจัดทำแผนที่บริเวณโครงการ จากภาพถ่ายทางอากาศ, การวิเคราะห์ข้อมูลการศึกษาและกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้อง, การวิเคราะห์ข้อมูลทางกายภาพต่างๆ เช่น ระดับน้ำ โครงสร้างเขื่อนปัจจุบัน ปัญหาตลอดแนวสายทาง เพื่อนำมาสู่การออกแบบที่เหมาะสม และออกแบบกรอบแนวคิดและรูปแบบเชิงหลักการ (Conceptual design) สำหรับงานออกแบบรายละเอียด และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในขั้นรายละเอียด ระยะนำร่อง 14 กม. งานที่แล้วเสร็จ ประกอบไปด้วยเนื้องานต่างๆ ได้แก่ งานสำรวจแผนที่ท้องน้ำ และงานปูระวางที่ดิน ส่วนงานที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ได้แก่ การรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะจากหน่วยงานต่าง ๆ และการลงพื้นที่รับฟังความต้องการจากประชาชน, สำรวจภาคสนามเพื่อเก็บข้อมูล, การออกแบบรูปแบบทางสถาปัตยกรรม รูปแบบวิศวกรรมโครงสร้าง งานระบบ ทั้งตามแนวเส้นทาง และพื้นที่สำคัญที่จะพัฒนา ขณะนี้คณะทำงานก็ได้เดินหน้างานแต่ละส่วนตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับรายงานการออกแบบเบื้องต้นและแบบเบื้องต้น (Preliminary Drawing) ทางเดิน-ปั่นระยะนำร่อง 14 กิโลเมตร พร้อมราคาเบื้องต้นจะแล้วเสร็จอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้

 รศ.ดร.วันเพ็ญ วิโรจนกูฎ (Assoc.Prof.Dr.Wanpen Wirojanagud) ผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อมโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  กล่าวว่า  ในด้านความคืบหน้าของการดำเนินงานด้านการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมช่วงเดือนมีนาคม 2559 คณะทำงาน ได้ศึกษาทบทวนข้อมูลทุติยภูมิ ข้อกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในด้านสิ่งแวดล้อม และรายงานผลการศึกษาโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดเตรียมทำร่างรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) โครงการสำรวจ ออกแบบและจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะ 57 กม. (แผนแม่บท) โดยมีประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับการจัดทำรายงานดังกล่าว ดังนี้ 1.) ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมด้านกายภาพ 2.) ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมด้านชีวภาพ    3.) คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และ 4.) คุณค่าต่อคุณภาพชีวิต

ส่วนการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมในเดือนเมษายน 2559 ดำเนินการดังนี้ 1.) จัดทำร่างรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) 2.) วางแผนการออกสำรวจภาคสนามและกำหนดกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้น ในการสำรวจความคิดเห็นข้อมูลสภาพเศรษฐกิจสังคมของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียและหน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ศึกษาบริเวณพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานคร 3.) วางแผนการออกสำรวจภาคสนามในการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมในช่วงการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมช่วงสะพานพระราม 7 – สะพานพระปิ่นเกล้า ระยะทางนำร่อง 14 กม. ได้แก่ ระดับเสียง ในชุมชนหรือสถานที่อ่อนไหวต่อการได้รับผลกระทบ 4 สถานี ได้แก่ สถานีที่ 1 วัดตึก สถานีที่ 2 โรงพยาบาลวชิระ (ด้านริมน้ำ) สถานีที่ 3 วัดราชาธิวาส  สถานีที่ 4 วัดคฤหบดี  เป็นเวลาสถานีละ 5 วันต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งวันทำงานและวันหยุดราชการ คุณภาพอากาศ ในชุมชนหรือสถานที่อ่อนไหวต่อการได้รับผลกระทบอย่างน้อย 2 สถานี ได้แก่ สถานีที่ 1 โรงพยาบาลวชิระ (ด้านริมน้ำ) และสถานีที่ 2 วัดคฤหบดี  โดยเก็บตัวอย่างสถานีละ 5 วันต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งวันทำงานและวันหยุดราชการ ซึ่งการตรวจวัดมลสารจะใช้วิธีการที่เป็นที่ยอมรับของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (US. EPA) ความสั่นสะเทือน โดยดัชนี Peak particle velocity และความถี่ ในชุมชนหรือสถานที่อ่อนไหวต่อการได้รับผลกระทบอย่างน้อย 2 สถานี ได้แก่ สถานีที่ 1 โรงพยาบาลวชิระ (ด้านริมน้ำ) และสถานีที่ 2 วัดคฤหบดี และ คุณภาพน้ำและนิเวศวิทยาทางน้ำ การตรวจวัดคุณภาพน้ำจะทำการเก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างน้อย 3 สถานี ประกอบด้วย สถานีที่ 1 บริเวณใต้สะพานพระราม 7 (ต้นโครงการ) สถานีที่ 2 บริเวณหน้าวัดอาวุธวิกสิตาราม (กึ่งกลางโครงการระหว่างสะพานพระราม 7 กับสะพานพระปิ่นเกล้า) และสถานีที่ 3 ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า (ปลายโครงการ) ส่วนนิเวศวิทยาทางน้ำในการสำรวจภาคสนามจะเน้นสิ่งมีชีวิตในน้ำเป็นหลักทั้งชนิดและปริมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพลงก์ตอนพืช (Phytoplankton) และแพลงก์ตอนสัตว์ (Zooplankton) โดยเก็บตัวอย่างจาก 3 สถานีเดียวกับการตรวจวัดคุณภาพน้ำ และ 4.) การวิเคราะห์สภาพสิ่งแวดล้อมปัจจุบันช่วงสะพานพระราม 7 – สะพานพระปิ่นเกล้าระยะทางไป – กลับ 14 กม.เพื่อนำไปประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป

 

ด้าน ผศ.ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี (Asst.Prof.Dr.Antika Sawadsri) โฆษกโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวว่า ขณะนี้โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (Chao Phraya for All) อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยในครั้งนี้เป็นการเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความเห็นแบบวงกว้าง เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะ และมุมมองต่างๆ อย่างรอบด้าน ก่อนหน้านี้คณะทำงานได้ลงพื้นที่จัดประชุมรับฟังความเห็นกลุ่มย่อย (Focused Group) ครั้งที่ 1 จำนวน  31 ชุมชน และ 1 หมู่บ้าน ในระยะนำร่อง 14 กม. และประชุมหารือกับตัวแทนเจ้าหน้าที่เขต และชุมชน รวม 17 เขต ตลอดพื้นที่ศึกษาแผนแม่บทโครงการ 57 กม. และประชุมหารือกับหน่วยงานราชการ ศาสนสถาน และภาคเอกชน ผู้ประกอบการริมน้ำ รวมทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึกนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไปแล้ว 1 ครั้ง ข้อสรุปในภาพรวมพบปัญหาของชุมชนมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ได้แก่ ปัญหาน้ำเสีย ขาดพื้นที่สาธารณะ ปัญหาน้ำท่วมขังซึ่งเกิดจากเขื่อนรั่วซึมและกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ปัญหาเขื่อนกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาสูงจนบดบังทางลมและทิวทัศน์ริมน้ำ ปัญหาเส้นทางสัญจรภายในชุมชนคับแคบและขาดพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะว่า ต้องการให้เพิ่มพื้นที่สาธารณะและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยคำนึงถึงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต คุณค่า และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงความปลอดภัยชุมชนริมน้ำ การรุกล้ำสร้างที่พักอาศัยบนแม่น้ำ พบว่ามีจำนวน 10 ชุมชน รวม 285 ครัวเรือน ซึ่งคณะทำงานโครงการทำงานร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. เข้ามาจัดกระบวนเพื่อพัฒนาชุมชน เช่น การทำกลุ่มออมทรัพย์ สร้างความเป็นชุมชนให้แข็งแรง และร่วมกับชุมชนหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการอยู่อาศัยต่อไป

 ขั้นตอนต่อไปของกระบวนการมีส่วนร่วม คือ จัดประชุมรับฟังความเห็นกลุ่มย่อย (Focus Group) ครั้งที่ 2 จำนวน 31 ชุมชน และ 1 หมู่บ้าน ในระยะนำร่อง 14 กม. ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. 59 ถึง 6 พ.ค. 59 เพื่อสรุปข้อเสนอแนะและปัญหาต่างๆ จากการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 และเตรียมทำ “กระบวนการโบราณคดีชุมชน หรือ Community Archeology” เพื่อร่วมกันถอดองค์ความรู้ทางมรดกวัฒนธรรมและนำไปต่อยอดพัฒนาอย่างยั่งยืน

 อาจารย์รณฤทธิ์ ธนโกเศศ (Mr. Ronnarit Dhanakoses) ภูมิสถาปนิกและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และชุมชน กล่าวว่า โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (Chao Phraya for All) กำลังศึกษาวิจัยอย่างเข้มข้นเพื่อฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยาที่เคยเป็นแม่น้ำสำหรับทุกคนในอดีต ให้กลับมาเป็นแม่น้ำของทุกคนในวันนี้และอนาคตอย่างยั่งยืนอีกครั้ง ในตอนนี้เราพบว่าสภาพปัจจุบันของแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สองฝั่งซึ่งเป็นเมืองกำลังเสื่อมโทรมทั้งธรรมชาติและสภาพของวัฒนธรรมสองฝั่งริมน้ำกำลังสูญหายไป โครงการนี้จะช่วยรักษาฟื้นฟูธรรมชาติและสืบสานวัฒนธรรม โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเป็น “มรดกวัฒนธรรม” ทั้งนี้ สจล. ไม่เพียงพัฒนาโดยการทำทางเดินหรือทางจักรยานเพียงอย่างเดียว คณะทำงานจะใช้กระบวนการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืน เน้นการบูรณาการอนุรักษ์ พัฒนา สืบสาน และสร้างสรรค์ บนฐานองค์ความรู้ ภูมิปัญญาและประสบการณ์ทางนิเวศน์ธรรมชาติและภูมิทัศน์วัฒนธรรม อีกทั้งผสานกับองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองต่อปัญหาที่ซับซ้อนได้มากยิ่งขึ้นและยั่งยืนขึ้นภายใต้การมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน อย่างเข้มข้นในทุกมิติ เพื่อการร่วมฟังร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำและร่วมบริหารจัดการ โดยมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อนำสู่การปฏิบัติ คือ การพัฒนาคนและกายภาพแวดล้อมบนฐานองค์ความรู้ ภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรม โดยใช้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแหล่งเรียนรู้ ซึ่งคณะทำงานได้มีแนวติดจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้เจ้าพระยา” อาจจะเป็นรูปแบบของศูนย์เรียนรู้หรือพิพิธภัณฑ์แบบศูนย์ชุมชน สำหรับเยาวชน ชุมชน ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว ได้ศึกษาเรียนรู้เรื่องที่น่าสนใจ ประวัติศาสตร์ มรดกวัฒนธรรมริมฝั่ง ยุคสมัยต่างๆ ที่ปรากฏตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงภูมิปัญญาและให้ความรู้และประสบการณ์ต่างๆ แก่นักท่องเที่ยวด้วย

 

อาจารย์รณฤทธิ์ กล่าวว่า สำหรับหลักการอนุรักษ์และพัฒนาสำคัญที่เป็นแนวทางดำเนินการของโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งสอดคล้องกับหลักสากลและองค์กรยูเนสโก สหประชาชาติ คือ 1.) Historic Urban Landscape UNESCO (HUL) การพัฒนาภูมิทัศน์เมืองประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมมากสำหรับเมืองกรุงเทพฯ  2.) Cultural Heritage Impact Assessment UNESCO (CHIA) หรือการประเมินผลกระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม 3.) Integrated Territorial and Urban Conservation With Cultural Landscape Concept ITUC, ICCROM โดยโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จะพัฒนาชุมชนเมืองแบบบูรณาการพื้นที่ทั้งหมดที่มีอยู่เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และการพัฒนาดังกล่าวมีทั้งพื้นที่ริมน้ำและพื้นที่บนแผ่นดินด้วย 4.) Living Heritage ICCROM 5.) กฎบัตรสากลในการอนุรักษ์โบราณสถานและมรดกวัฒนธรรมตามหลัก ICOMOS และ 6.) พระราชบัญญัติโบราณสถานและระเบียบในการอนุรักษ์โบราณสถาน กรมศิลปากร

 

หลักการที่สำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมของทุกคน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในพื้นที่นั้นๆ ต่อไปในอนาคตเพื่อเรียนรู้และสร้างสรรค์ร่วมกัน โดยหวังว่าโครงการนี้จะสร้างหลักการของการสร้างสรรค์และพัฒนาขึ้นมาเป็นตัวอย่างให้นานาประเทศในโลกนำไปใช้ต่อได้ ส่วนพื้นที่การเรียนรู้นั้นต้องบริหารจัดการร่วมกันได้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้แม่น้ำเจ้าพระยาของเรา ยังดำรงคุณค่าเป็นมรดกแห่งชาติ มีความรู้ที่มองเห็น และมีความงดงาม ให้ปรากฏต่อไป ขณะเดียวกันทุกครั้งที่โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปลงพื้นที่ก็จะได้เรียนรู้จากชุมชน และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด นำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาโครงการสู่ความยั่งยืนแห่งชีวิตต่อไป

 

แผนงานของโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีการจัดเวทีสาธารณะการมีส่วนร่วมของประชาชนอีก 2 ครั้ง ได้แก่ การจัดประชุมเพื่อนำเสนอรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมของโครงการ ในช่วงประมาณเดือนมิถุนายน 2559 และจัดประชุมสรุปผลการศึกษาของโครงการในทุกด้านอีกครั้ง ประมาณเดือนกันยายน 2559 โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและแสดงข้อคิดเห็นต่อโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ที่ www.chaophrayaforall.com, Facebook : Chao Phraya for All, ตู้ ปณ. 90 บางซื่อ กทม. 10800, E-mail : chaophrayaforall@gmail.com

 

------------------------------------------------------------------

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)

www.chaophrayaforall.com

Facebook : Chao Phraya for All

Tel.     : ประภาพรรณ 081-899-3599, สโรบล 086-341-6568, เสาวลักษณ์ 088-247-5349

E-mail  : brainasiapr@gmail.com, chaophrayaforall@gmail.com

แกลลอรี่

111 ศาลาว่าการ กรุงเทพมหานคร 2 อาคาร 1 (อาคารสำนักการโยธา)
ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดงกรุงเทพมหานคร 10400
โทร 02-246-0253