งานแถลงข่าวเปิด 12 แผนงานในระยะนำร่อง 14 กม.

เปิด 12 แผนงานในระยะนำร่อง 14 กม. และออกแบบเบื้องต้น โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

            โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (Chao Phraya for All) โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ปรึกษาและสำรวจออกแบบ เผย 12 แผนงานและแบบเบื้องต้นของการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ระยะนำร่อง 14 กม.จากสะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เป็นการ พัฒนาโดยอนุรักษ์ สืบสานและสร้างสรรค์ ให้เป็นมรดกชาติในแนวทางมรดกโลก ฟื้นฟูสองฝั่งแม่น้ำให้เป็นพื้นที่รองรับอนาคตของกรุงเทพฯ เมืองริมฝั่งแม่น้ำ ที่งดงามด้วยนิเวศวัฒนธรรม นิเวศธรรมชาติ แรงบันดาลใจและพลังสร้างสรรค์ที่ไม่หยุดนิ่ง

            รศ.ดร. สกุล ห่อวโนทยาน ผู้จัดการ โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวว่า ความคืบหน้าโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่ภูมิทัศน์บนฐานมรดกวัฒนธรรม และเชื่อมต่อด้วยทางเดินริมเจ้าพระยา โดยกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งและให้กับประชาชนทุกระดับสามารถเข้าถึงแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมุ่งเน้นด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมและพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น การดำเนินงานทุกด้านของโครงการ 4 เดือนเศษ ตั้งแต่มีนาคมถึงปัจจุบัน เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ในด้านการมีส่วนร่วมโครงการได้ลงพื้นที่ 33 ชุมชน โดยได้ร่วมมือกับกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยศิลปากรในการศึกษาแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สองฟากฝั่งอันเป็นมรดกวัฒนธรรมสำคัญของประเทศ เพื่อทำให้เข้าใจคุณค่าและนำไปสู่การอนุรักษ์ สืบสานมรดกวัฒนธรรม และสอดคล้องกับแนวทางมรดกโลก ส่วนด้านการออกแบบได้จัดทำร่างแนวคิดผังแม่บท ระยะทาง 57 กม. และระยะนำร่อง 14 กม. ซึ่งในวันนี้จะได้ชี้แจงถึง 12 แผน และแบบเบื้องต้น ทั้งนี้ในปลายเดือนกันยายน 2559 เราจะส่งมอบงานสำรวจวิจัยและออกแบบได้ทั้งหมด เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่บนฐานมรดกวัฒนธรรม โดยสอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมและ Eco-Based Design เพิ่มธรรมชาติสีเขียว สำหรับการออกแบบในพื้นที่ชุมชนหลายแห่งจะทยอยแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนสิงหาคม-เดือนกันยายน 2559 โดยประสานกับฝ่ายวิศวกรรม ด้านชลศาสตร์ได้ศึกษาระดับน้ำและผลกระทบตามแบบจำลองต่างๆ รวมทั้งเตรียมการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย ในส่วนของทางเดินมีความกว้าง 7-10 เมตร และระดับความสูงของพื้นผิวทางเดินจะอยู่ต่ำกว่าสันเขื่อนเฉลี่ย 1.30 เมตร

               ผศ.ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี รองผู้จัดการและโฆษก โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวว่า สำหรับผังแม่บทระยะนำร่อง 14 กม. จากสะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ประกอบด้วย 12 แผนย่อย ได้แก่ แผนงานที่ 1 : โครงการพัฒนาพื้นที่ชุมชน (Community Conservation and Development Areas) การพัฒนาพื้นที่ชุมชนตามกระบวนการการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยฟื้นฟูและอนุรักษ์ วัฒนธรรมและสืบสานวิถีชีวิตของชุมชนที่มีมาในอดีตให้เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยว , แผนงานที่ 2 : งานพัฒนาจุดหมายตาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (River Landmark) เพื่อเป็นสถาปัตยกรรมกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์กรุงเทพมหานคร, สวนเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 7, พิพิธภัณฑ์มรดกเจ้าพระยา, ศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์โรงเรือพระราชพิธี นอกจากนี้ในพื้นที่ที่จะดำเนินการยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และเขตพระราชฐานเป็นพิเศษ , แผนงานที่ 3: การพัฒนาท่าเรือ (Piers) ให้เป็นจุดเชื่อมต่อการสัญจรทางน้ำที่ประชาชนได้รับความสะดวก ปลอดภัย และปรับปรุงรูปแบบสถาปัตยกรรมให้มีความสอดคล้อง เป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ , แผนที่ 4: การพัฒนาเส้นทางการเข้าถึงพื้นที่ (River Linkages) ปรับปรุงตรอกซอกซอย ทางเดิน เพื่อเชื่อมต่อและเข้าถึงพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา , แผนที่ 5: การจัดทำทางเดินริมแม่น้ำ (River Walks) เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่มรดกวัฒนธรรมต่างๆ ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเข้าด้วยกัน (Connectivity) มีทั้งทางเดินเลียบแม่น้ำและทางเดินบนพื้นดิน เช่น ตั้งแต่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าจนถึงคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งเป็นพื้นที่รัตนโกสินทร์ชั้นที่ 3 และหลายส่วนของริมฝั่งธนบุรี เช่น จากสะพานพระราม 8 ถึงวัดบวรมงคล, บางอ้อถึงวัดวิมุตยาราม ทางเดินประกอบไปด้วยทางเดินเท้า, ทางจักรยาน, จุดชมทัศนียภาพ, สะพานข้ามคลอง, ฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนริมน้ำ และ พื้นที่สีเขียว ทางเดินริมน้ำยังช่วยเชื่อมโยงวัดต่างๆและนักเรียน เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว คนทำงาน เยาวชน ให้มีทางเลือกของการสัญจรที่ประหยัดพลังงานและหันหน้าเข้าวัด ใกล้ชิดธรรมชาติแล้วก็ชีวิตแล้ววิถีชีวิตสงบงามยิ่งขึ้น

             แผนที่ 6: การปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อน (Green Walls) ให้มีทัศนียภาพที่สวยงาม น่ามอง การซ่อมแซมเขื่อนที่ชำรุด ก่อสร้างส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการให้ครบถ้วนสมบูรณ์ , แผนที่ 7: พัฒนาศาลาท่าน้ำ (Sala Riverfronts)ให้เป็นจุดพักผ่อน ศาลาคอย และชมทัศนียภาพริมน้ำ ชุมชน ศาสนสถาน พื้นที่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมริมน้ำ แผนที่ 8: การจัดทำพื้นที่บริการสาธารณะ (Public Services) รองรับการใช้ประโยชน์สาธารณะ เช่น ศูนย์บริการความช่วยเหลือ, ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว, จุดบริการจักรยาน , แผนที่ 9: พัฒนาพื้นที่ศาสนสถาน (Religious Conservation Areas) ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน มรดกทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม การออกแบบพัฒนาภูมิทัศน์คำนึงถึงคุณค่าและเคารพต่อศาสนสถาน ส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยและเยาวชนได้เข้าถึงที่พึ่งทางจิตใจมากยิ่งขึ้น , แผนที่ 10: พื้นที่แนวคูคลองประวัติศาสตร์ (Historical Canal) โดยการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมฝั่งคลอง รวมทั้งการใช้ประโยชน์พื้นที่ริมคลอง ในด้านการสัญจรและการท่องเที่ยว แผนที่ 11: พัฒนาพื้นที่นันทนาการและสวนสาธารณะริมน้ำ (Green Corridors) โดยใช้พื้นที่ว่างและพื้นที่สาธารณะด้านหลังเขื่อน เพื่อเป็นพื้นที่รองรับกิจกรรมนันทนาการ ลานกีฬา และสวนสาธารณะของประชาชน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาน้ำขังและเน่าเสียหลังเขื่อนด้วยระบบท่อรวบรวมน้ำเสียเพื่อส่งไปยังบ่อบำบัดต่อไป, แผนที่ 12: สะพานคนเดินข้าม (Pedestrian Bridge) สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำ โดยสร้างใหม่ 2 จุด คือ จากชุมชนสะพานพิบูลฝั่งซ้าย ข้ามไปยังท่าเรือวัดฉัตรแก้วจงกลณี ฝั่งธนบุรี, จากห้างแมคโคร สามเสน ข้ามไปยังท่าทราย จรัญฯ 84 นอกจากนี้ยังปรับปรุงทางเดินเท้าและทางจักรยานระหว่างสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปลอดภัย โดยปรับปรุงสะพานที่มีอยู่เดิม ได้แก่ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า, สะพานพระราม 8, สะพานกรุงธน, สะพานพระราม 7, ใต้สะพานทางรถไฟสายสีน้ำเงิน, เลียบคลองบางซื่อ-คลองบางอ้อ

           ผศ.นพปฎล สุวัจนานนท์ สถาปนิก โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวว่า แนวทางการอนุรักษ์พัฒนาของโครงการมาจากการศึกษาการตั้งถิ่นฐานย่านชุมชนตามโบราณคดี ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม มนุษยวิทยา ชาติพันธุ์ ธรรมชาติ วิถีชีวิต ภูมิปัญญาชุมชน จะเห็นว่าแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแกนหลัก มีคูคลองแยกย่อยเป็นกิ่งก้านสาขา มีชุมชนหลากหลายเชื้อชาติที่หลอมรวมกัน การศึกษารากฐานที่สำคัญเหล่านี้เพื่อเรียนรู้อดีต เข้าใจปัจจุบัน เรียนรู้ร่วมกันกับชุมชนปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์อย่างสร้างสรรค์ในอนาคต ในพื้นที่โครงการระยะนำร่อง 14 กม.นั้น มี 5ประเภท คือ 1. พื้นที่ชุมชน โครงการได้ลงพื้นที่และดำเนินงานให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและหารือการออกแบบกับชุมชนต่างๆโดยสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน วันนี้นำมาแสดงให้ชม ได้แก่ ชุมชนวัดเทวราชกุญชร ชุมชนมิตตคาม 1 ชุมชนท่าน้ำสามเสน 2.พื้นที่ของเอกชนและส่วนราชการ โครงการได้ประสานงานกับเจ้าของพื้นที่และแบบเบื้องต้นได้ออกมาแล้ว เช่น พื้นที่เอสซีจี แมคโคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช 3.พื้นที่วัดและโบราณสถาน โครงการจะร่วมหารือกับเจ้าอาวาสและหน่วยงาน แบบเบื้องต้นได้ออกมาบ้างแล้ว เช่น วัดสร้อยทอง วัดวิมุตยาราม วัดบวรมงคล วัดภคินีนาถ 4.พื้นที่พิเศษ 5 แห่ง ได้แก่ รัฐสภา วังเทวะเวสม์ ท่าวาสุกรี วังศุโขทัย และธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังอยู่ในระหว่างสรุปการออกแบบ และจะเสนอรายละเอียดให้ทราบต่อไปเร็วๆนี้

แกลลอรี่

111 ศาลาว่าการ กรุงเทพมหานคร 2 อาคาร 1 (อาคารสำนักการโยธา)
ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดงกรุงเทพมหานคร 10400
โทร 02-246-0253