โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ลงพื้นที่ชุมชนจรัญ 72

โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ลงพื้นที่ชุมชนจรัญ 72 ในบริเวณวัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด หารือพิจารณาแบบพัฒนาพื้นที่ชุมชนและการเชื่อมต่อ
ในเวลาที่เหลืออีก 2 เดือน มาเกาะติดความคืบหน้าการออกแบบพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้งดงามและยั่งยืนซึ่งทยอยออกมาแล้ว โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (Chao Phraya for All) เป็นการพัฒนาพื้นที่ภูมิทัศน์บนฐานมรดกวัฒนธรรม และเชื่อมต่อมรดกวัฒนธรรมสองฝั่งแม่น้ำเหล่านั้นให้ประชาชนเข้าถึงได้เท่าเทียมกันด้วยทางเดิน-ทางจักรยาน ซึ่งบางส่วนเลียบแม่น้ำ บางส่วนวกเข้าพื้นดิน เชื่อมโยงพื้นที่สีเขียว นันทนาการ วัฒนธรรม และระบบขนส่งสาธารณะรถ เรือ ราง โดยกระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ปรึกษาการสำรวจวิจัยและออกแบบ จัดทำผังแม่บท 57 กม.จากสะพานพระราม 7 ถึงบางกระเจ้า และออกแบบรายละเอียดระยะนำร่อง 14 กม.จากสะพานพระราม 7 ถึงสะพานพระปิ่นเกล้า ซึ่งขณะนี้ได้ทยอยแบบเบื้องต้นออกมาให้ประชาชนได้ชมกัน และมีส่วนร่วมแสดงข้อคิดเห็น

ผศ.นพปฎล สุวัจนานนท์   รองผู้จัดการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (Chao Phraya for All) กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุดได้เผยแผนงาน 12 แผนของระยะนำร่องไปแล้วโดยสอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่บนฐานมรดกวัฒนธรรม ให้เป็นมรดกชาติในแนวทางมรดกโลก โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยที่ผ่านมา ทีมงานโครงการและชุมชนได้ร่วมกันสืบค้นอัตลักษณ์ แนวทางพัฒนาพื้นที่และความต้องการของชุมชน ในแนวทางการพัฒนาโดยอนุรัษ์ –สืบสาน-สร้างสรรค์ ขณะนี้แบบร่างได้ทยอยเสร็จ กำลังลงพื้นที่เพื่อนำแบบร่างไปเสนอและรับฟังความเห็นจากชุมชน โดยในวันนี้ได้นำแบบการพัฒนาซึ่งมาจากการทำงานร่วมกันระหว่างโครงการกับชุมชนมาให้ท่านเจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตารามและชุมชนจรัญฯ 72 ในบริเวณวัดอาวุธวิกสิตาราม ซึ่งเป็นหนึ่งใน 33 ชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยา ตั้งอยู่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 72 แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด แบบประกอบด้วย การปรับปรุงซอยทางเข้าจากถนนจรัญสนิทวงศ์ให้สวยงามและสะดวกปลอดภัยในการเข้าถึงแม่น้ำ จนถึงการพัฒนาพื้นที่ด้านริมน้ำ  ท่านเจ้าอาวาส ที่ประชุมคณะสงฆ์และประชาชนชุมชนจรัญ 72 เห็นพ้องกับการออกแบบปรับปรุงซอยทางเข้าให้มีทางจักรยาน พัฒนาภูมิทัศน์ริมน้ำโดยออกแบบศาลาท่าน้ำในแบบสถาปัตยกรรมไทยที่งดงามอยู่ในแนวแกนกลางตรงกับพระอุโบสถ เพิ่มความสง่างามให้วัด ลดระดับความสูงเขื่อนกันน้ำท่วมลงและยกระดับพื้นที่ทางเดินหน้าสวนสมเด็จพระเทพให้เสมอเป็นระดับเดียวต่อเนื่องกับลานกิจกรรมที่เปิดทัศนียภาพสวยงามสู่แม่น้ำ สามารถเดินได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องปีนเขื่อนขึ้น-ลง และทำให้สามารถใช้ประโยชน์ต่อศาสนกิจและวัฒนธรรมประเพณีของประชาชน ลานหน้าวัดนี้มีทางเดินทางจักรยานต่อเนื่องกัน และยกเป็นสะพานข้ามคลองบางพลัดให้เรือสามารถเข้า-ออกได้ ส่วนการออกแบบพัฒนาท่าเรือ แทนท่าเรือที่เก่าทรุดโทรมนั้นขอให้ขยับไปด้านขวาสุดของเขตวัด ทั้งนี้ทีมสถาปนิกจะออกแบบขั้นรายละเอียดต่อไป

  ดร.กมล เกียรติเรืองกมลา รองผู้จัดการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (Chao Phraya for All )กล่าวว่าในวันนี้เราได้มาพบปะชุมชนจรัญ 72 ในบริเวณวัดอาวุธวิกสิตาราม ติดริมน้ำเจ้าพระยา แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด เพื่อนำเสนอแบบซึ่งมาจากการปรึกาหารือกับท่านเจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม และชุมชนผู้อยู่อาศัยบนที่ดินของวัด จำนวนประชากร มีประมาณ 450 คน มี 137 หลังคาเรือน และมีครอบครัวโดยประมาณ 182 ครอบครัว อาณาเขตพื้นที่ชุมชน ทิศเหนือ จรดถนนจรัญสนิทวงศ์ ชุมชนจรัญวิถี 74, ทิศใต้ แม่น้ำเจ้าพระยาและ ถนนจรัญสนิทวงศ์ 72, ทิศตะวันออก จรดแม่น้ำเจ้าพระยา, ทิศตะวันตก จรดถนนจรัญสนิทวงศ์ สภาพทางกายภาพของชุมชน แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ บริเวณริมคลองบางพลัด (ฝั่งตรงข้ามชุมชนริมคลองบางพลัด) และบริเวณหลังวัดอาวุธวิกสิตาราม (ติดถนนจรัญสนิทวงศ์) ทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันในเรื่องของรูปแบบที่อยู่อาศัย บริเวณริมคลองบางพลัดจะมีรูปแบบที่เป็นลักษณะบ้านเดี่ยวที่สร้างติด ๆ กัน เป็นอาคารไม้และไม้กึ่งคอนกรีต ทางเดินของชุมชนในส่วนนี้จะเป็นการยกสูงขึ้นเล็กน้อยจากระดับดินเดิมเนื่องจากมีน้ำท่วมขังจากแนวเขื่อน รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้เนื่องจากทางเดินมีลักษะที่เล็กแคบ รูปแบบที่อยู่อาศัยบริเวณหลังวัดอาวุธวิกสิตารามบริเวณกันน้ำท่วมติดถนนจรัญสนิทวงศ์ มีลักษณะเป็นอาคารพาณิชยกรรมกึ่งที่อยู่อาศัย (ห้องแถว) มีโครงข่ายถนนภายใน ลักษณะที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่จะเป็นคอนกรีตเกือบทั้งหมด  อาชีพหลักของคนในชุมชน คือ อาชีพรับจ้าง และค้าขาย

 ด้านนิเวศทางสังคม แง่มุมประวัติศาสตร์  วัดอาวุธวิกสิตาราม สร้างขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ชุมชนเดิมเกิดขึ้นพร้อมๆกับวัด และมีพัฒนาการตามยุคสมัย ในปีพ.ศ. 2490 เกิดไฟไหม้บ้านเรือนประชาชนด้านทิศใต้หมด มีประชาชนบางส่วนไม่ประสงค์ย้ายออกจากที่อยู่เดิมและเจ้าอาวาสองค์ก่อนคือท่านเจ้าคุณสิทธิ์สารโสภณ ได้เมตตาอนุญาตให้อพยพไปอาศัยอยู่ด้านหลังของวัด ในเวลาต่อมาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาชนจากฝั่งกรุงเทพที่อาศัยอยู่บริเวณบางกระบือ ท่าน้ำเขียวไข่กาได้อพยพหนีภัยสงครามมาฝั่งธนบุรีเป็นจำนวนมาก ด้านหลังคลองบางพลัดมีบ้านเดิมของเจ้าพระยาอาวุธ ในอดีตทางวัดใช้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นทางคมนาคมสัญจรทางน้ำเป็นหลัก ต่อมามีความเจริญพัฒนาเข้ามาจึงมีการสร้างถนนจรัญสนิทวงศ์ ทำให้มีการอยู่อาศัยหนาแน่นมากขึ้น  ศูนย์รวมทางจิตใจ และกิจกรรมของชุมชน ได้แก่ อุโบสถ ศาลาคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม อีกจุดหนึ่งคือ ท่าน้ำวัดอาวุธวิกสิตาราม สวนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาติดกับท่าเรือข้ามฟากวัดอาวุธ

        ชุมชนยินดีกับโครงการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งจะอนุรักษ์สืบสานวิถีวัฒนธรรมริมฝั่งให้กลับมามีชีวิตชีวาและตอบรับอนาคตมากยิ่งขึ้น ตลอดจนได้ส่งเสริมการเรียนรู้ ให้คนใกล้ชิดศาสนาที่พึ่งทางจิตใจมากขึ้น นอกจากนี้ได้เสนอแนวคิดฟื้นฟูตลาดน้ำดั้งเดิมที่เคยมีมาในเชิงพาณิชยกรรมชุมชน บริเวณริมคลองบางพลัด อยากให้มีการรื้อฟื้นภาพเก่า ๆ ให้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ควรจัดสิ่งอำนวยความสะดวก ไฟฟ้าส่องสว่างทางเดิน ที่นั่งพักผ่อน อุปกรณ์เพื่อดูแลความปลอดภัยเช่น กล้องวงจรปิดทางเข้าชุมชน มีราวกันตกเพื่อป้องกันอุบัติเหตุแก่เยาวชน และผู้สูงอายุ ควรเพิ่มกิจกรรมสาธารณะเช่น พื้นที่นั่งพักผ่อน ลานกิจกรรมฯลฯ นอกจากนี้ชุมชนอยากให้แก้ปัญหา เช่นท่อระบายน้ำอุดตัน ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำเน่าเสียหลังเขื่อน แม้จะมีประตูระบายน้ำก็ตาม ปัญหาการทิ้งขยะมูลฝอยในน้ำ ทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย 

แกลลอรี่

111 ศาลาว่าการ กรุงเทพมหานคร 2 อาคาร 1 (อาคารสำนักการโยธา)
ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดงกรุงเทพมหานคร 10400
โทร 02-246-0253