สจล., มข. ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แถลงความคืบหน้าของโครงการฯ และเปิด “ศูนย์ศึกษามรดกเจ้าพระยา”

          ผศ.ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี (Asst.Prof.Dr.Antika Sawadsri) รองผู้จัดการและโฆษกโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวว่า ความคืบหน้าด้านการมีส่วนร่วมกับประชาชน โครงการฯได้ลงพื้นที่ 33 ชุมชน แห่งละ 2 รอบและกำลังจะเริ่มรอบที่ 3 ในการรับฟังความคิดเห็นและร่วมออกแบบพัฒนาภูมิทัศน์ทางเดินและชุมชนมาเพื่อให้การดำเนินงานโครงการเกิดขึ้นจากการร่วมคิด ร่วมออกแบบ ร่วมตัดสินใจ เพื่อให้ได้รูปแบบโครงการที่เป็นประโยชน์ และตรงต่อความต้องการของประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) เราพบว่าสองฝั่งแม่น้ำมีหลายพื้นที่และชุมชนเป็นแหล่งมรดกวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ โบราณคดี เราจึงได้นำเอา “กระบวนการโบราณคดีชุมชน” (Public Archaeology) มาใช้โดยเปิดให้คนในชุมชนร่วมสืบค้นมรดกชุมชนหรืออัตลักษณ์ชุมชนร่วมกับนักวิชาการของโครงการแล้วนำมาพัฒนาชุมชนออกแบบโครงการ

 

 44

        ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมเป็นกระบวนการที่ทุกภาคส่วนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นกับการดำเนินงานโครงการ ซึ่งเป็นไปตามแผนประกอบด้วย 1.) การสัมภาษณ์เชิงลึ(Depth Interview) ที่ปรึกษาได้ไปทำการสัมภาษณ์เชิงลึกกับนักวิชาการ บุคคลสำคัญต่างๆ อาทิ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนโรงเรียน และพระสงฆ์ในพื้นที่โครงการฯ 2.) การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 ที่ปรึกษาได้ทำการประชุมกลุ่มย่อยกับชุมชน เช่น ชุมชนท่าน้ำสามเสน (ชุมชนดาวข่าง) ชุมชนมิตตคาม 1 ชุมชนวัดเทวราช-กุญชร ชุมชนจรัญวิถี 74 ชุมชนริมคลองบางพลัด ชุมชนบ้านปูน ชุมชนจรัญ 72 ชุมชนสะพานยาว ชุมชนวัดเทพากร ชุมชนวัดเทพนารี ชุมชนวัดบวรมงคล ชุมชนท่าน้ำสามเสน ชุมชนบ้านปูน 3.) การเข้าพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ปรึกษาได้ทำการเข้าพบหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สภากรุงเทพมหานคร ศิริราชพยาบาล

 

        ในส่วน “ศูนย์ศึกษามรดกเจ้าพระยา” จะเปิดเป็นทางการในสัปดาห์หน้า เพื่อใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการศึกษาวิจัย เราได้จัดทำโมเดลแม่น้ำเจ้าพระยาขนาดความยาว 10 เมตร รวมทั้งติดตั้งบอร์ดแผนที่และภาพถ่ายเก่า-ใหม่ พร้อมทั้งจัดหาและจัดซื้ออุปกรณ์ รวมทั้งตู้กระจกจัดแสดงโบราณคดี แท่นหรือโต๊ะสำหรับทำโมเดลขยายในแต่ละชุมชน พร้อมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ จอภาพและเครื่องฉาย เพื่อให้สาธารณชนและคนทั่วไปเข้ามาศึกษาหาความรู้ และเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครรักษ์เจ้าพระยาในการปฏิบัติงานร่วมกับ สจล., มข. และ กทม. ภายในศูนย์ศึกษามรดกเจ้าพระยา มีการจัดแสดงต่างๆ เช่น 1.) จัดแสดงพิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณคดีอันหลากหลาย ชาติพันธุ์ วิถีชีวิตและผลผลิตทางวัฒนธรรมจากชุมชนที่เราลงพื้นที่ทำกระบวนการโบราณคดีชุมชน 2.) เป็นแล็บปฏิบัติการร่วมกันระหว่างตัวแทนชุมชนกับคณะทำงานและอาสาสมัครรักษ์เจ้าพระยาในการจัดทำโมเดลแบบร่างเบื้องต้น ในการอนุรักษ์ และพัฒนาชุมชนมรดกเจ้าพระยา 3.) จัดแสดงแผนที่ บันทึกต่างๆ รูปถ่าย คลิปวีดีโอจากการลงพื้นที่ 4.) จัดมุมคลังความรู้ หนังสือ และสื่อที่หลากหลาย แผนในอนาคตของศูนย์ศึกษามรดกเจ้าพระยาจะเปิดพื้นที่เป็นมุมที่ผู้สนใจจะสามารถเข้าร่วมปฏิบัติการและลงมือทำได้ด้วยตนเอง เช่น ร่วมทำโมเดล ร่วมเขียนและลงสีผัง และรูปด้านอาคารในชุมชน พร้อมทั้งดำเนินการจัดทำบันทึกมรดกเจ้าพระยา (Chao Phraya Heritage Mapping) 14 กิโลเมตรในลักษณะแปลนและรูปด้าน ตลอดระยะทาง 14 กิโลเมตร รวมทั้งอาจจัดกิจกรรม เช่น สาธิตโบราณคดีใต้เจ้าพระยา โดยชุมชนมิตต-คาม 1, การสาธิตวิถีวัฒนธรรมชุมชน เช่น สอนทำขนมบัวลอยวันญวนสามเสน ทำหมากบ้านปูน เป็นต้น

44

                

        ดร.กมล เกียรติเรืองกมลา (Dr.Kamol Keatruangkamala) รองผู้จัดการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวว่า ความคืบหน้าของงานสถาปัตยกรรม โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตามแผนแม่บทจากสะพานพระราม 7 ถึงบางกระเจ้า ระยะทาง 57 กิโลเมตร และ ระยะนำร่อง 14 กิโลเมตร จากสะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า กิโลเมตร ผลการศึกษาในส่วนงานการศึกษาและออกแบบผังแม่บท งานสถาปัตยกรรม และงานภูมิสถาปัตยกรรม ที่แล้วเสร็จขณะนี้ คือ กรอบแนวความคิดในการพัฒนาพื้นที่ ในส่วนอื่นๆ ทางที่ปรึกษาสจล.และมข. ได้รวบรวมผลจากการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อนำมาออกแบบแนวคิดและแบบสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับข้อเสนอในแต่ละชุมชนต่อไป โดยมีงานที่กำลังดำเนินการอยู่ ดังนี้ 1.) งานจัดทำแผนแม่บทและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (ระยะทางประมาณ 57 กิโลเมตร) เก็บข้อมูล วิเคราะห์ ผังแนวความคิด 2.) งานออกแบบรายละเอียดและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมขั้นรายละเอียด (ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร) เก็บข้อมูล  วิเคราะห์ แนวความคิด แบบร่างขั้นต้น โดยสรุปแล้วแบบร่างงานสถาปัตยกรรมตามแผนแม่บท ระยะทาง 57 กิโลเมตร จากสะพานพระราม 7 ถึงบางกระเจ้า จะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2559 และแนวคิดแบบระยะนำร่อง 14 กิโลเมตร จากสะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า จะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2559

 

        ผศ.กฤษณ์ เจ็ดวรรณะ (Asst.Prof.Krit Jedwanna) ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวว่า ในด้านความคืบหน้าของงานสำรวจ, ชลศาสตร์และวิศวกรรมนั้น ที่ปรึกษาโดย สจล และ มข.ได้ทำการรวบรวมข้อมูลระดับน้ำเพิ่มเติม โดยได้รวบรวมระดับน้ำที่ทำนายสูงสุด-ต่ำสุดในแต่ละเดือนจากกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 จนถึง พ.ศ. 2559 ที่สถานีกองบัญชาการกองทัพเรือ (กรุงเทพมหานคร) และสถานีท่าเรือกรุงเทพ (กรุงเทพมหานคร) ที่ปรึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลระดับน้ำสูงสุด-ต่ำสุดในแต่ละปีของสถานีวัดระดับน้ำทั้ง 2 สถานี ปรากฏว่าระดับน้ำมีความแตกต่างกัน ระหว่างระดับน้ำสูงสุด-ต่ำสุด มีค่าไม่เกิน 3 เมตร

 

        การศึกษาด้านวิศวกรรมและระบบสาธารณูปโภค ที่ปรึกษาได้ปฏิบัติงานตามแผนงานในส่วนงานลงพื้นที่สำรวจสภาพทางกายภาพตามแนวเส้นทางโครงการฝั่งธนบุรี และฝั่งพระนครในส่วนที่เหลือ รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ของรูปแบบโครงสร้างต่างๆ ที่เหมาะสมกับรูปแบบทางสถาปัตยกรรม พร้อมทั้งเปรียบเทียบข้อดีข้อจำกัดในแต่ละรูปแบบของโครงสร้าง สำหรับงานระบบสาธารณูปโภค จากการสำรวจจุดที่มีน้ำท่วมขังด้านหลังเขื่อน และจุดที่ปล่อยน้ำทิ้งของแต่ละชุมชน ที่ปรึกษาทำการออกแบบแนวความคิดระบบรวบรวมระบายน้ำเสีย เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในหลายชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และคำนึงถึงการระบายน้ำในอนาคตที่มีโครงสร้างทางเดินจักรยานเลียบแม่น้ำร่วมมาด้วย

 

        รศ.สุพจน์ ศรีนิล (Assoc.Prof. Supot Srinil) ฝ่ายวิศวกรรมโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวว่า ความคืบหน้างานวิศวกรรมนั้น คณะทำงานจะรองรับตามรูปแบบความคิดสร้างสรรค์ของฝ่ายสถาปัตยกรรมตามลักษณ์ของพื้นที่

สำหรับชุมชนบางแห่งทางเดินจะอยู่บนพื้นดิน ส่วนโครงสร้างทางเดินที่จำเป็นต้องอยู่ริมน้ำจะวางใกล้แนวเขื่อนเดิมและทางเดินยื่นออกมาริมแม่น้ำเจ้าพระยา อีกทั้งยังได้ศึกษารูปแบบเสาแบบสปันมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 ซม. แบบเสาเดียว ทีสแปนหรือระยะห่าง 10-20 เมตร รับน้ำหนักได้ 150-200 ตัน โดยพื้นที่ทางเดินจะกว้างประมาณ 5-7 เมตร ขึ้นอยู่กับกายภาพในแต่ละพื้นที่ด้วย ทั้งนี้มีบางชุมชนฝั่งธนบุรีที่เห็นด้วยและต้องการให้ทำทางเดินในลักษณะโฟลตติ้งหรือลักษณะของแพลอยน้ำ ซึ่งคณะทำงานกำลังศึกษาอีกครั้งว่าจะเป็นแพชนิดใดที่จะอยู่นิ่งและไม่ลอยไปตามคลื่นกระแสน้ำ

11

แกลลอรี่

111 ศาลาว่าการ กรุงเทพมหานคร 2 อาคาร 1 (อาคารสำนักการโยธา)
ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดงกรุงเทพมหานคร 10400
โทร 02-246-0253